Hobbiton

เมืองมาทามาทา ชนบทเล็ก ๆ ทางตอนเหนือของนิวซีแลนด์ พื้นที่ที่ถูกล้อมรอบไปด้วยเทือกเขาสวยงาม และฟาร์มที่แสนอุดมสมบูรณ์ ได้กลายเป็นดินแดนมิดเดิลเอิร์ธที่เราได้เห็นในฉากภาพยนตร์เรื่อง เดอะ ฮอบบิท และยังคงเนรมิตให้เหมือนตอนที่ใช้ถ่ายทำภาพยนตร์ทุกประการ ซึ่งนอกจากภาพยนตร์เรื่อง เดอะ ฮอบบิทแล้ว ภาพยนตร์ไตรภาคที่โด่งดังไปทั่วโลกอย่าง เดอะ ลอร์ด ออฟ เดอะ ริงส์ ก็มาใช้สถานที่นี้ถ่ายทำภาพยนตร์ด้วยเช่นกัน เรียกได้ว่าหมู่บ้านฮอบบิตันเป็นโลเคชั่นที่แสนเริ่ดเลยก็ว่าได้

ภายในบริเวณหมู่บ้านจะอุดมสมบูรณ์ไปด้วยต้นไม้และความชุ่มชื้น อีกทั้งยังมีหลุมฮอบบิท, เดอะ กรีน ดราก้อน อินน์, โรงสี, สะพานโค้งคู่ และโครงสร้างอย่างที่เราเห็นในภาพยนตร์เป๊ะ ๆ ไว้ให้ถ่ายรูปและเดินสำรวจ จากตอนแรกหมู่บ้านฮอบบิตันยังเป็นพื้นที่โล่ง ๆ และได้ใช้เป็นฉากถ่ายทำลอร์ด ออฟ เดอะ ริงส์ แต่ต่อมาเมื่อทีมงานภาพยนตร์เรื่องเดอะฮอบบิท ติดต่อขอใช้สถานที่ถ่ายทำ ทางหมู่บ้านฮอบบิตันจึงได้สร้างบ้านจำลองขึ้น ซึ่งก็เป็นบ้านฮอบบิทแสนอบอุ่นน่ารักอย่างที่เราได้เห็นในภาพยนตร์นั่นเอง และปัจจุบันนี้ก็ยังมีเดอะ กรีน ดราก้อน อินน์ บ้านพักย้อนรอยภาพยนตร์เรื่องดังตั้งอยู่อีกด้วย ซึ่งก็แน่นอนว่าหากเราได้ไปเยือน ก็จะมีโอกาสได้เดินสำรวจภายในบ้าน เสมือนตัวเองหลุดไปอยู่ในฉากหนังยังไงยังงั้นเลยล่ะ

นอกจากบ้านฮอบบิท และกรีน ดราก้อน อินน์แล้ว ภายในหมู่บ้านฮอบบิตันยังมี ไชร์ เรสต์ คาเฟ่ ตั้งอยู่บริเวณทางเข้าหมู่บ้าน สำหรับให้นักท่องเที่ยวนั่งจิบเครื่องดื่มสูตรพิเศษที่ทางหมู่บ้านจัดเตรียมไว้ให้ พร้อม ๆ กับดื่มด่ำบรรยากาศสวยงามของสภาพแวดล้อมที่ชุ่มชื่น ฝูงแกะน้อยใหญ่ ซึมซับจินตนาการจากภาพยนตร์ให้เต็มอิ่ม ส่วนนักช้อปที่ไม่อยากพลาดของฝากน่าประทับใจ ก็เชิญได้ที่ไชร์ สโตร์ ร้านขายของฝากซึ่งตั้งอยู่ด้านล่างไชร์ เรสต์ คาเฟ่ บริเวณในร้านจะมีงานฝีมือ ของฝากพื้นเมืองมากมาย และเคาน์เตอร์จำหน่ายตั๋วเข้าชมสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์ไว้คอยบริการ รวมถึงงานแฮนด์เมดจาก Weta Studio เครื่องดื่มสูตรพิเศษจาก Southfarthing ผลิตภัณฑ์ที่ทำจากผ้าขนสัตว์, เสื้อคลุมจาก Stansborough Fibres หนังสือและที่ระลึกจากภาพยนตร์เรื่องเดอะ ฮอบบิทวางจำหน่ายด้วยครับ

สำหรับค่าเข้าชมหมู่บ้านฮอบบิตันเป็นเวลา 2 ชั่วโมง ในราคาทัวร์ไกด์จะคิดอยู่ที่ประมาณ 1,689 บาท สำหรับผู้ใหญ่ เด็กอายุ 10-14 ปี ราคาประมาณ 1,235 บาท และเด็กเล็ก 5-9 ขวบ เสียค่าเข้าชมประมาณ 330 บาท เท่านั้น ส่วนเด็กเล็กมาก ๆ ตั้งแต่ 4 ขวบ ลงไปไม่เสียค่าเข้าชมนะครับ

River of Flowers, Keukenhof

สวนเคอเคนฮอฟ (Keukenhof) ตั้งอยู่ที่ชานเมืองลิซเซ่(Lisse) ซึ่งเป็นแหล่งปลูกทิวลิปที่ใหญ่และสำคัญของฮอลแลนด์ เมืองลิซเซ่อยู่ห่างจากอัมสเตอร์ดัมเพียง 29 กิโลเมตร สามารถเดินทางไปได้ทั้งทางรถไฟและรถเช่า รวมทั้งจักรยาน ทางรถไฟให้ลงที่ สถานีไลเดน(Leiden) แล้วต่อรถบัสเข้าไปที่สวน ซึ่งใช้เวลาประมาณ 15 นาที สวนเคอเคนฮอฟ เดิมเป็นสวนสาธารณะมาก่อน ต่อมาสมาคมผู้ส่งเสริมการ ปลูกดอกไม้ประเภทไม้หัวแห่งเมืองลิซเซ่ ได้ใช้สวนแห่งนี้ส่งเสริมการปลูกไม้หัวพันธุ์ใหม่ๆ โดยแบ่งที่ให้กับบริษัทผู้ผลิตไม้หัวเป็นผู้ปลูกและเข้าบำรุงรักษา ซึ่งก็ทำให้เกิดพันธุ์ใหม่ๆ ขึ้นในทุกปี ซึ่งผู้สนใจต้นทิวลิปจากทั่วโลกจะมาชม

สวนเคอเคนฮอฟ เป็นสวนที่มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก ด้วยทิวลิปที่มีมากกว่า 7 ล้านต้นในแต่ละปี ออกดอกบานสะพรั่งอยู่ดูละลานตา สวนได้ถูกออกแบบไว้อย่างสวยงาม ประกอบไปด้วยต้นไม้น้อยใหญ่อันเก่าแก่ มีทางเดินอันร่มรื่น บ้างก็มีงานประติมากรรมประดับสวนอยู่เป็นระยะ มีสระน้ำและน้ำพุ มีศาลาจัดแสดงกิจกรรมต่างๆ เกี่ยวกับดอกไม้มากมาย มีการจัดสวนตัวอย่าง การวางแผนจัดปลูกไม้ดอกไม้ใบ มีร้านอาหาร 4 แห่ง รวมทั้งคอฟฟี่ชอป สวนเคอเคนฮอฟนี้ จะเปิดให้เข้าชมประมาณกลางเดือนมีนาคม ไปจนถึงปลายเดือนพฤษภาคมของทุกปี

ในนามแห่งดอกไม้ที่ชื่อ “ทิวลิป”… คงจะไม่มีใครปฎิเสธความสวยงามของดอกไม้ชนิดนี้ได้อย่างแน่นอน ทิวลิปเป็นดอกไม้ที่ไม่มีกลิ่นหอม แต่ธรรมชาติก็ได้รังสรรค์ความงามให้กับมัน เพื่อเป็นการชดเชย ธรรมชาติรักษาความสมดุลของทุกสิ่งบนโลกใบนี้เสมอ เมื่อสร้างทิวลิปสีแดง ขึ้นมาเพื่อเป็นเครื่องหมายแสดงถึง “การประกาศความรัก” ก็มิได้หลงลืมที่จะสร้างทิวลิปสีเหลืองขึ้นมา เพื่อแสดงถึง “ความรักที่สิ้นหวัง” ถ้ากุหลาบคือ ราชินีแห่งดอกไม้(Queen of Flowers) ทิวลิปคงไม่ต่างอะไรกับ ราชินีแห่งดอกไม้ของชาวฮอลแลนด์ ถ้าคาร์เนชั่นยอมเปรียบตัวเองเป็นชายผู้ต่ำต้อย ทิวลิปคงแทนหญิงสาวผู้สูงศักดิ์